วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

การเลี้ยงปลาปอมปาดัวร์สำหรับมือใหม่

1.ตู้ปลาขนาด 24นิ้ว มาตราฐาน เป็นอย่างน้อยที่สุดครับสำหรับปลา 1คู่ตลอดชีวิต
2.ปั้มออกซิเจน หากมีกรองข้างตู้ หรือ กรองนอกตู้อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นครับ
3.ฮีทเตอร์ ใช้ควบคุมอุณหภูมิน้ำให้เสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีประโยชน์มากในช่วงที่ปลาเป็นโรคและช่วงเพาะพันธุ์
4.เทอร์โมมิเตอร์ มีหลายแบบครับ ทั้งแบบที่เป็นแก้วและแผ่นพลาสติกติดข้างตู้ ซึ่งแนะนำเป็นแบบพลาสติกติดข้างตู้ครับ เนื่องจากมีราคาถูกและไม่เปลืองพื้นที่ภายในตู้ปลาแถมยังใช้ได้นานอีกด้วย
5.อาหาร อาหารสดจำพวก หนอนแดงแช่แข็ง ไรทะเล ใส้เดือนน้ำ ไม่แนะนำกุ้งฝอยสดนะครับ เพราะกุ้งมีส่วนที่แข็งและปากน้องปลาเขาก็ค่อนข้างเล็กครับแต่ถ้าแกะเป็นชิ้นเล็กๆให้ก็ได้ครับ ส่วนอาหารเม็ด ก็แล้วแต่ชอบเลยครับ ควรให้สลับกันบ้างนะครับ
6.ยารักษาโรคทั่วไป ยาเหลือง เกลือแกง มาลาไคร์กรีน

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

ขั้นตอนการลงปลาที่มาใหม่ง่ายนิดเดียว

ขั้นแรก แกะปากถุงออกแล้วหยอดด่างทับทิมพอประมาณ ให้น้ำออกเป็นสีชมพูหรือม่วงอ่อนๆ
ขั้นที่สอง นำถุงไปใส่ในตุ้ที่เตรียมไว้โดยใช้ฝาตู้หนีบปากถุงไว้ด้านนอก เพื่อให้ปลาปรับสภาพอุณหภูมิทิ้งไว้ประมาณ 15-20นาที หลังจากนั้นนำถุงออกมาแล้วใช้กระชอนตักใส่ตู้ครับ ไม่แนะนำให้ใส่น้ำเก่าลงไปด้วยนะครับ เนื่องจากอาจจะมีเชื้อโรคติดอยู่ครับ

การเลือกซื้อปลาปอมปาดัวร์

1.ควรเลือกซื้อโดยดูที่ฟาร์มหรือร้านที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการย้อมสีหรือการทำหมันปลา
2.ควรเลือกซื้อปลาที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ สภาพสมบูรณ์ไม่แกรน(การสังเกตุปลาแกรน จะมีดวงตาที่ใหญ่และโปนออกกว่าปกติเมื่อเทียบกับขนาดของปลา หรือ เปรียบเทียบกับปลาตู้เดียวกันก็ได้ ถึงแม้จะมีสีสันสวยงามก็ตาม)
3.ควรเลือกซื้อปลาที่สีสันและรูปทรงสวยงาม ตื่นตัวว่ายน้ำตลอดไม่หลบมุมตู้ ครีบแผ่กางอยู่ตลอดไม่ห่อ ไม่เป็นโรค ไม่มีบาดแผลตามตัว

การอนุบาลลูกปลาปอมปาดัวร์

1.ในระยะที่ฟักออกมาเป็นตัว 3-4วันแรกยังไม่ต้องให้อาหาร เนื่องจากลูกปลาแรกเกิดจะมีถุงไข่ติดอยู่ที่ท้องตัวเองอยู่แล้ว

2.หลังจากลูกปลาหมดไข่ที่ท้องแล้ว ลูกปลาจะอาศัยเกาะกินเมือกที่พ่อแม่ขับออกมาเป็นอาหาร ในตอนนี้ลำตัวพ่อแม่ปลาจะเป็นสีดำผิดปกติ ซึ่งในระยะนี้ควรให้อาหารพ่อแม่ปลาให้สม่ำเสมอและรักษาสภาพน้ำให้สะอาด

3.หลังจากลูกปลาฟักเป็นตัวได้ประมาณ 7วัน ควรให้อาหารจำพวก ไรแดง หรือใส้เดือนน้ำ ควรให้ในปริมาณน้อยๆแต่บ่อยครั้ง เนื่องจากเพื่อป้องกันอาการท้องอืดและปัญหาน้ำสกปรกได้

4.หลังจากนั้นอีก 7วัน ควรจะแยกพ่อแม่ปลาออกจากลูกปลา เพื่อเพาะเลี้ยงต่อไป

การเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์

การจับคู่ผสมพันธุ์

1.นำพ่อ-แม่พันธุ์ที่จัดเตรียมไว้ซึ่งตวรมีขนาดไม่ต่ำกว่า 4-5 นิ้วหรือ 8เดือน มีสภาพ

สมบูรณ์สีสันสวยงามไม่แกรน(ปลาที่มีอายุมากมักจะมีขอบตาดำโปนออกมาจากเบ้ารวมถึง

ปลาแกรนด้วย)มากั้นเทียบกันก่อนตู้ที่ใช้ควรมีขนาดตั้งแต่ 30นิ้วขึ้นไป ถ้าปลาแสดง

อาการคล่องแคล่วตื่นตัวว่ายคลอเคลียกันแสดงว่าเข้าคู่กันได้พร้อมที่จะผสมพันธุ์

2.นำแผงกั้นออกแล้วนำกระถางดินเผารูปโคมยอดส่วนเล็กกว่า ฐานมาวางไว้ที่กลางตู้ปลา สังเกตุพฤติกรรมของพ่อ-แม่พันธุ์จะคลอเคลียกันตลอด เมื่อแม่พันธุ์พร้อมวางไข่ท่อนำไข่จะยื่นออกมาสังเกตุเห็นได้ชัดเจน แต่ก่อนที่แม่พันธุ์จะวางไข่ พ่อพันธุ์จะทำความสะอาดโคมโดยแม่พันธุ์จะเฝ้าดูอยู่มุมใดมุมหนึ่งของตู้หรือช่วยกันทำความสะอาด หลังจากนั้นแม่พันธุ์จะใช้ท่อนำไข่ถูกับโดมเป็นเส้นตรงเพื่อวางไข่ ซึ่งหลังจากนั้นพ่อพันธุ์จะตามเข้าไปฉีดน้ำเชื้อจะสลับกันอย่างนี้ไปจนเสร็จกิจ หลังจากนั้นพ่อแม่พันธุ์จะช่วยกันเฝ้าไข่โดยใช้ครีบโบกน้ำไปมาวนไปมา

3. ในระยะนี้เราควรหาตะแกรงเหล็กรูปโดมมีรูตาถี่ครอบไข่ไว้เพื่อกันไม่ให้พ่อแม่พันธุ์เกินไข่และสังเกตุพ่อแม่พันธุ์พื่อป้องกันการผสมพันธุ์ใหม่ซึ่งจะทำให้พ่อแม่ปลาไม่ยอมเลี้ยงลูก

4. ควรใส่ยาปฎิชีวนะมาลาไคร์กรีนเพื่อป้องกันเชื้อราที่จะเกิดขึ้นกับไข่ปลาในระยะก่อนฟัก

5. ไข่จะฝักเป็นตัวประมาณ2-3วันหลังจากผสมพันธุ์ อุณหภูมิที่เหมาะสมระหว่างฝักไข่ควรอยู่ที่27-30 องศาเซลเซียส ไข่ที่ได้รับการผสมจะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีดำ ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะเปลี่ยนเป็นขาว

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2552

การแยกเพศปลาปอมปาดัวร์ง่ายๆ

การแยกเพศปลา ปลาชนิดนี้ยากที่จะแยกเพศให้ชัดเจนแน่นอน แต่ก็มีวิธีง่ายๆดังนี้

1.โดยทั่วไปตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียและมีสีสันลวดลายที่คมชัดสวยงามกว่า

2.ตัวผู้เมื่อโตเต็มที่ ครีบหลังมักจะมีลักษณะแหลมเรียวยาวออกมาเป็นเส้นคล้ายเปียส่วนตัว

เมียจะโค้งมน

3.ตัวผู้จะมีลักษณะเป็นทรงกลมกว้าง ต่างจากตัวเมียส่วนใหญ่ซึ่งจะมีรูปร่างไม่สวยงาม

4.ตัวผู้จะมีรูทวารยาวแหลมส่วนตัวเมียจะกลมและทื่อกว่า

5.ครีบทวารปลาตัวผู้จะมีลักษณะเรียวยาวมาก ส่วนปลาเพศเมียจะมีลักษณะใหญ่แต่สั้นครับ

โรคที่พบบ่อยในปลาปอมปาดัวร์(รวมถึงปลาสวยงามทั่วไป)


โรคจุดขาว
  • เกิดขึ้นจาก การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากสัตว์เซลล์เดียวที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า อิ๊ค ซึ่งตัวอ่อนจะฝังตัวอยู่บริเวณลำตัวรวมทั้งครีบต่างๆ ทำให้สังเกตุเห็นได้เป็นจุดขาวขนาดเล็กซึ่งจะลุกลามอย่างรวดเร็วจนทั่วตัวปลา เมื่อ อิ๊ค เติบโตเต็มที่จะหลุดออกจากตัวปลาซึ่งจะกระจายตัวอยู่ในน้ำและขยายพันธ์อย่างรวดเร็ว
  • อาการ ปลาที่ป่วยจะมีจุดสีขาวตามตัวและมีพฤติกรรมการว่ายน้ำผิดปกติ ใช้ตัวถูกับ หิน กระจกตู้ หรือวัสดุต่างๆภายในตู้ปลา ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลทำให้ปลาขาดความสวยงามและเกิดโรคอื่นๆแทรกซ้อนได้
  • การรักษา นิยมใช้เกลือแกงซึ่งหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป ประมาณ 1 ช้อนโตะต่อน้ำ 30 ลิตร (หรือมาลาไคร์กรีนหรือซุปเปอร์อิ๊ค ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์และอาหารปลาทั่วไป) และ ใส่ฮีทเตอร์โดยให้อุณหภูมิอยู่ที่ 27-30 องศาเซียลเซียส เปลี่ยนน้ำทุกๆ 3วัน 30%ของตู้ปลา โดยค่อยๆเปิดเติมเพื่อให้ปลาปรับสภาพน้ำใหม่ ควรลดอาหารเพื่อไม่ให้ตู้สกปรกด้วย ประมาณ 2อาทิตย์ก็จะเป็นปกติ
โรคสนิม
  • เกิดขึ้นจาก สัตว์เซลล์เดียวที่มีรูปร่างกลมรี ซึ่งจะเกาะอยู่ตามผิวหนัง ครีบ ลำตัวปลา
  • อาการ จะมีละอองสีเหลืองคล้ายกำมะหยี่เกาะอยู่ทั่วตัว
  • การรักษา ใช้เกลือแกงเข้มข้น หรือ ยาเหลืองญี่ปุ่น หรือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันก็ได้
โรคเชื้อรา
  • เกิดขึ้นจาก การที่ปลามีสภาพอ่อนแอ หรือ ได้รับบาดเจ็บ
  • อาการ บริเวณผิวหนังจะเป็นปุยสีขาวคล้ายสำลี
  • การรักษา ใช้มาลาไคร์กรีน หรือ เกลือแกงประมาณ 1ช้อนโตะต่อน้ำ 30 ลิตร และควรเปลี่ยนน้ำทุกๆอาทิตย์
โรคครีบเปื่อย หางเปื่อย
  • โรคครีบเปื่อยหางเปื่อย ถือเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุเหมือนซึ่งมีสาเหตุเหมือนโรคเชื้อราทั่วไป
  • อาการ บริเวณครีบต่างๆ จะมีลักษณะขาดเปื่อย หากปล่อยไว้อาจจะลุกลามไปถึงโคนหางได้ ซึ่งจะทำให้การรักษาจะยากขึ้นและใช้เวลามากขึ้น
  • การรักษา เหมือนการรักษาโรคเชื้อราทั่วไป
โรคเชื้อแบคทีเรีย
  • เกิดจาก การติดเชื้อโรคจากการกินอาหาร หรือ ความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร
  • อาการ จะมีอาการท้องบวม หรือ ขี้ขาว
  • การรักษา ใช้ยาปฎิชีวนะ ออกซิเทตราไวคลิน หรือ ใช้เกลือแกง ก็ได้ เพื่อทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าว ควรจะให้อาหารเม็ด และควรดูแลเรื่องความสะอาดของอาหารสด(โดยเฉพาะหน้าฝน)อาจนำมาแช่ด่างทับทิมอ่อนๆทุกครั้งประมาณ 5 นาที ก่อนให้เป็นอาหารของปลาสุดเลิฟของเพื่อนๆ
โรคปรสิต (หนอนสมอและพยาธิ)
  • เกิตขึ้นจาก เชื้อปรสิตพยาธิและหนอนสมอ ซึ่งอาจจะติดมาจากปลาตัวอื่นๆที่พึ่งลงใหม่
  • อาการ ส่วนใหญ่จพบบริเวณเหงือกปลา ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายเส้นด้ายเกาะอยู่ ซึ่งจะทำให้ปลาแกรนและตายในท้ายที่สุด
  • การรักษา แนะนำให้ใช้ยาปฎิชีวนะที่หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารปลาทั่วไป เนื่องจากจะเป็นการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่น(การใช้ด่างทับทิมหรือฟอมาลีน)
บาดแผลที่เกิดจากการกัดกัน
  • การรักษา แนะนำให้ใช้ยาเหลืองญี่ปุ่นนะครับ เพราะจากประสบการณ์ จะทำให้หายเร็วและลดโอกาสการเป็นแผลเป็นในบริเวณส่วนสำคัญในตัวปลาอีกด้วย และควรรักษาสภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ